VISITKOCH JAPAN

SHARE
SHARE ON:

ดื่มด่ำบรรยากาศฤดูร้อนที่โคชิ สัมผัสธรรมชาติของแม่น้ำ และความงามของถ้ำ

สำหรับผู้ที่มีความสนใจในการทำกิจกรรมกลางแจ้ง และเรียนรู้ธรรมชาติ โคชิ สามารถตอบโจทย์นี้ได้อย่างลงตัว กิจกรรมในฤดูร้อนที่พวกเราจะมาแนะนำกันนี้ อยู่ห่างจากตัวเมืองโคชิเพียงเล็กน้อย จึงถือว่าเป็นความสนุกและสะดวกสบายสำหรับผู้ที่มีเวลาไม่มากนัก

สแตนอัพแพดเดิ้ลบอร์ด (Stand Up Paddle Board : SUP)

การเดินทางในฤดูร้อนนี้ เริ่มต้นด้วยกิจกรรมทางน้ำที่เรียกว่า SUP (Stand-Up Paddle) เป็นการใช้กระดานโต้คลื่นเพื่อเป็นฐานสำหรับการยืนบนผิวน้ำ และใช้ไม้พายเที่ยวล่องชมความงามของธรรมชาติ สถานที่ที่พวกเราทำกิจกรรมในครั้งนี้คือแม่น้ำนิโยโด ซึ่งเป็นแม่น้ำที่มีความใสสะอาดติดอันดับหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นมาถึง 4 ปีซ้อน การเดินทางนั้น สามารถทำได้ทั้งทางรถยนต์ จากสนามบินโคชิเรียวมะเป็นเวลาประมาณ 45 นาที หรือโดยรถไฟ จากสถานี JR โคชิ มาถึงสถานีอิโนะ และเดินต่ออีกเล็กน้อย ใช้เวลาประมาณ 45 นาทีเช่นกัน
พวกเรารวมตัวกันที่โรงแรมคัมโปะโนะยาโดอิโนะ เราพบกับ SUGGOI Sports ซึ่งจะเป็นผู้สอนและนำกิจกรรมแก่พวกเรา การเตรียมตัวนั้น พวกเราแทบจะไม่ต้องเตรียมอะไรมาเลยนอกจากชุดว่ายน้ำ เนื่องจากที่นี่มีอุปกรณ์ที่จำเป็นเตรียมไว้ให้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น ชุดกีฬาทางน้ำ รองเท้าลุยน้ำ รวมทั้งกระดานโต้คลื่น ใบพาย และหมวกนิรภัย หลังจากเตรียมตัวพร้อมแล้ว พวกเราก็มุ่งหน้าไปยังจุดตั้งต้น ก่อนเริ่มกิจกรรม ผู้นำกิจกรรมของเราได้อธิบายขั้นตอนอย่างละเอียดทั้งในภาษาญี่ปุ่น และภาษาอังกฤษ ด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเอง พวกเราเริ่มต้นด้วยการนั่งคุกเข่าบนกระดาน เพื่อให้เกิดความคุ้นชินกับอุปกรณ์ก่อน หลังจากที่เริ่มทรงตัวได้แล้วนั้นจึงลุกขึ้นยืน ความรู้สึกในตอนที่ยืนขึ้นได้นั้นคือ มันไม่ได้ง่ายเลยที่จะทรงตัวบนผิวน้ำ พวกเราทุลักทุเลกันบ้างจนทำให้บางคนเสียหลักตกลงน้ำ แต่นั่นทำให้ความรู้สึกเกร็งหายไปและไม่กลัวที่จะตกลงไปอีก อีกทั้งความใสสะอาดและความเย็นฉ่ำของแม่น้ำ ทำให้พวกเรารู้สึกผ่อนคลาย และนอกจากจะเห็นทัศนียภาพอันสวยงามของธรรมชาติข้างๆแม่น้ำแล้ว ใต้แม่น้ำนั้นยังมีหมู่ปลาหลากชนิดว่ายเวียนไปมา นับว่าเป็นบรรยากาศที่ไม่ได้พบกันง่ายๆในประเทศญี่ปุ่น ตลอดกิจกรรม ไกด์ของ SUGGOI Sports นั้นก็คอยดูแลบริการพวกเราเป็นอย่างดีด้วยรอยยิ้ม รวมถึงการเก็บภาพประทับใจระหว่างกิจกรรมให้เราได้นำกลับไปเป็นความทรงจำดีๆ จบกิจกรรมด้วยระยะเวลาทั้งหมด 2 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งพอเหมาะสำหรับมือใหม่อย่างพวกเรา นอกจากนี้แล้ว ที่นี่ยังมีคอร์สสำหรับผู้ที่ต้องการทำกิจกรรมเต็มวันเช่นกัน รวมถึงบริการออนเซ็น แช่น้ำร้อนคลายความเหนื่อยล้าอีกด้วย

บาร์บีคิวริมแม่น้ำนิโยโดะ

หลังจากเสร็จสิ้นจากกิจกรรม SUP แล้ว ก็ได้เวลาสำหรับการเติมพลังทดแทนความเหน็ดเหนื่อย ด้วยระยะทางห่างออกมากจากโรงแรมคัมโปะโนะยาโดอิโนะเพียงเล็กน้อย พวกเราเริ่มต้นกิจกรรมบาร์บีคิวริมแม่น้ำนิโยโดะ สำหรับอุปกรณ์และวัตถุดิบทุกอย่าง อาทิ เตาสำหรับปิ้งย่าง เก้าอี้พับ เนื้อสัตว์ ผักต่างๆ รวมถึงปลาสดใหม่จากแม่น้ำนิโยโดะนั้น ถูกตระเตรียมโดยร้านค้าซึ่งดำเนินการโดยคุณป้าที่น่ารักและใจดี คุณป้าได้แนะนำวิธีการจุดเตา และอธิบายถึงวัตถุดิบต่างๆอย่างละเอียด จากนั้นพวกเราก็ทำการจุดเตาและย่างเนื้อรับประทานกันอย่างเอร็ดอร่อย นอกจากความอร่อยของอาหารที่สดใหม่แล้วนั้น ยังมีสายลมโชยเบาๆ กับบรรยากาศริมน้ำที่สวยงาม ทำให้ความอร่อยของอาหารเพิ่มขึ้นทวีคูณ หลังเสร็จสิ้นจากการรับประทานอาหารแล้ว พวกเราก็เก็บอุปกรณ์ไปคืนคุณป้าที่ร้าน และถ่ายภาพที่ระลึกกับคุณป้าก่อนจากกัน

สำรวจถ้ำริวกะโด

วันรุ่งขึ้น พวกเราเดินทางไปยังถ้ำริวกะโด ซึ่งเป็นถ้ำหินงอนหินย้อยที่มีระยะทางยาวถึง 4 กิโลเมตรด้วยกัน การเดินทางมายังถ้ำแห่งนี้ สามารถทำได้ทั้งทางรถยนต์ จากสนามบินโคชิเรียวมะเป็นเวลาประมาณ 20 นาที หรือโดยรถไฟ จากสถานี JR โคชิ มาถึงสถานีโนะอิชิ ต่อด้วยแท็กซี่ ใช้เวลาประมาณ 40 นาที
ก่อนถึงปากทางเข้าถ้ำ มีถนนสายเล็กที่เรียงรายไปด้วยร้านค้าต่างๆ ทั้งร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก และที่น่าสนใจที่สุดคือร้านขายมีดและของมีคมต่างๆที่ทำจากโลหะอันเป็นของมีชื่อของละแวกนี้ เจ้าของร้านสาธิตให้พวกเราได้เห็นถึงความคมของมีดที่ถูกลับมาอย่างดีโดยการให้พวกเราถือแผ่นกระดาษ และเจ้าของร้านก็ใช้มีดตัดมันโดยที่ไม่ได้ออกแรงมิแต่น้อย เมื่อถึงปากถ้ำ ไกด์ของถ้ำนี้ก็นำพาพวกเราเข้าสู่เส้นทางการศึกษาถ้ำ จากความร้อนระอุด้านนอก เมื่อพวกเราเข้าไปในถ้ำแล้วก็สัมผัสได้กับความเย็นฉ่ำภายในถ้ำ นั่นก็เป็นเพราะว่าอุณหภูมิภายในถ้ำนั้นค่อนข้างคงที่ตลอดปี ดังนั้น เราจึงรู้สึกเย็นในฤดูร้อนและรู้สึกอบอุ่นในฤดูหนาวเมื่ออยู่ในถ้ำ และนั่นก็ทำให้คนสมัยก่อนใช้ถ้ำเป็นที่พักอาศัย ซึ่งเราก็จะพบหลักฐานการใช้ชีวิตของมนุษย์ถ้ำสมัยโบราณตลอดเส้นทางการศึกษา อาทิ เศษซากเครื่องชาม โดยไฮไลท์ของถ้ำนี้คือภาชนะรูปร่างคล้ายแจกันที่ถูกทิ้งไว้ในถ้ำจนเกิดผลึกบนพื้นผิวของภาชนะกระทั่งหลอมรวมกันราวกับเป็นไหของพระเจ้า นอกจากนี้ ลักษณะพิเศษของถ้ำนี้ก็คือ หินงอกหินย้อยที่ถูกกัดกร่อนเป็นรูปร่างต่างๆตามจินตนาการของมนุษย์ หินเหล่านั้นถูกตั้งชื่อตามสิ่งที่มนุษย์เห็น เช่น พระแม่มารี เจ้าแม่กวนอิม เป็นต้น อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของถ้ำแห่งนี้คือสายน้ำที่ไหลผ่านภายในถ้ำ ยิ่งไปกว่านั้น ในฤดูฝน จะได้เห็นน้ำฝนไหลผ่านถ้ำในหลายๆจุด พวกเราจบเส้นทางโดยที่ใช้เรี่ยวแรงมิใช้น้อยในการเดินถ้ำแห่งนี้เนื่องจากเส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่ต้องทั้งปีนขึ้นและปีนลง สิ่งหนึ่งที่ควรระวังในการเดินถ้ำแห่งนี้คือควรระวังสัมภาระตกหล่นระหว่างทาง เนื่องจากเส้นทางค่อนข้างแคบ การกู้คืนสัมภาระที่ตกไว้อาจเป็นไปได้ยาก
ออกจากถ้ำแล้ว ยังมีพิพิธภัณฑ์ให้เข้าชมฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ก็มีกรงไก่หลากหลายสายพันธุ์ โดยพื้นที่นี้มีชื่อเสียงในเรื่องไก่หางยาว พวกเรารับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารคาเฟ่ไก่ที่ตั้งอยู่ในถนนสายเล็กก่อนเข้าถ้ำ ร้านอาหารแห่งนี้ถูกตกแต่งแบบร่วมสมัย เมนูอาหารที่นี่ส่วนใหญ่ทำจากไข่ที่ได้จากฟาร์มไก่ในท้องถิ่น อีกทั้งทางร้านยังปล่อยให้ไก่เดินอย่างอิสระในสวนหน้าร้านอีกด้วย นับเป็นการผสมผสานระหว่างธรรมชาติ และการใช้ชีวิตของมนุษย์ได้อย่างลงตัวทีเดียว

(เยี่ยมชมเมื่อสิงหาคม 2016)
SHARE ON: