VISITKOCH JAPAN

SHARE
SHARE ON:

โคะชิในฤดูใบไม้ร่วง เพลิดเพลินกับโคะชิในฤดูใบไม้ร่วง พร้อมหลากหลายเรื่องราวให้ค้นหา

การท่องเที่ยวไปยังจังหวัดโคะชิในฤดูใบไม้ร่วง โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤศจิกายนเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับหลีกหนีจากความวุ่นวาย อย่างน้อยก็สักพักหนึ่ง ในเมืองอันสวยงามแห่งนี้ คุณจะรายล้อมไปด้วยธรรมชาติขณะที่ปั่นจักรยานเลียบแม่น้ำ แวะเยี่ยมชมวัดและสวนญี่ปุ่นซึ่งได้รับการดูแลเป็นอย่างดี สนุกกับกิจกรรรมเพื่อสุขภาพอย่างการปีนเขา จิบสาเกขึ้นชื่อ ชิมราเม็งรสชาติเข้มข้นที่เสิร์ฟในชามดินเผา ลิ้มรสส้มหวานฉ่ำไม่อั้นในสวนส้ม และปล่อยใจเพลินไปกับการชมงานศิลปะชั้นยอด ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ทำให้ภูมิภาคโคะชิโดดเด่นและแตกต่างจากเมืองอื่นๆ ในญี่ปุ่น จึงเป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาดไปเยือน

ปั่นจักยานเลียบแม่น้ำโมะโนะเบะ

แม่น้ำโมะโนะเบะไหลมาจากเมืองโคะมิ ซึ่งตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของจังหวัดโคะชิ สายน้ำส่วนใหญ่ไหลผ่านภูเขา จึงมีกิจกรรมหลายอย่างให้เพลิดเพลิน เป็นต้นว่าชมวิวใบไม้ร่วงสีแดงสวยงาม และอาบน้ำพุร้อน การปั่นจักรยานก็เป็นอีกกิจกรรมแนะนำที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ที่คุณสามารถเพลิดเพลินได้ในจังหวัดโคะชิ ที่นี่มีเลนจักรยานโดยเฉพาะ และในครั้งนี้เราจะปั่นจักรยานชมวิวแม่น้ำโมะโนะเบะ มีจักรยานหลายประเภทและหลายสไตล์ให้เลือก พร้อมด้วยอุปกรณ์เสริมอย่างเช่นหมวกนิรภัย ถุงมือ เพื่อความปลอดภัยก็มีไว้ให้บริการ คุณจึงไม่ต้องเตรียมอะไรมานอกจากหาเสื้อผ้าและรองเท้าที่เคลื่อนไหวสบายยามสวมใส่ เราได้รับการปฐมนิเทศน์เล็กน้อย แล้วก็ได้เวลาเริ่ม ผู้ร่วมกิจกรรมสามารถเลือกเส้นทางได้ตามความต้องการ ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายหรือเวลาที่มี หากเหนื่อยเมื่อไรก็มีสถานที่ให้พักผ่อนมากมาย และมีคาเฟ่เก๋ๆ ให้แวะตลอดเส้นทางด้วย การปั่นจักรยานเที่ยวชมทิวทัศน์ชนบทอันสวยงามของญี่ปุ่นเป็นประสบการณ์อันมีค่า คุณจะได้สัมผัสกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของจังหวัดโคะชิ แค่เห็นในภาพก็ไม่มีวันเทียบเท่าได้มาสัมผัสเองจริงๆ

วัดชิคุรินจิท่ามกลางสีสันแห่งฤดูใบไม้ร่วง

วัดชิคุรินจิเป็นวัดโบราณที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 724 ตั้งอยู่ที่ภูเขาโกะได ในเมืองโคะชิ เป็นวัดอันดับที่ 31 จากทั้งหมด 88 วัดบนเส้นทางแสวงบุญชิโกะกุ วัดชิคุรินจินี้มีเจดีย์ห้าชั้น (หรือที่เรียกว่า โกะจุ โนะ โทะ) รายล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ยามใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง ทิวทัศน์ที่เห็งดงามจนแทบลืมหายใจ ในฤดูใบไม้ร่วงนี้ จะมีการจัดงานเทศกาลโดยประชากรของเมืองโคะชิ และผู้ที่มาจารึกแสวงบุญ แม้ว่าวัดแห่งนี้จะคราคร่ำไปด้วยฝูงชนในช่วงเทศกาล แต่ทุกคนก็ช่วยกันดูแลความสะอาดเขตวัดเป็นอย่างดี อีกสถานที่หนึ่งที่ไม่น่าพลาดก็คือสวนญี่ปุ่นภายในบริเวณวัด ที่ออกแบบมาให้กลมกลืนกับสิ่งก่อสร้าง ก้อนหินและพื้นกรวดได้รับการจัดวางไว้อย่างตั้งใจ ต้นสน และต้นเมเปิ้ลที่เปลี่ยนสี เข้ากันได้อย่างสมบูรณ์กับตะไคร่มอสที่ขึ้นอยู่ทั่วไป

การบำบัดด้วยป่า ณ ที่ราบสูงเท็งงุ

ที่ราบสูงเท็งงุตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของโคะชิ มีความสูง 1400 เมตร เป็นที่ราบสูงที่เต็มไปด้วยธรรมชาติที่ยังไม่ถูกรบกวน มีเส้นทางเดินเขาที่เรียกกันว่า “ถนนป่าบำบัด” ซึ่งเชื่อกันว่าจะช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ ระหว่างที่เดินอยู่บนเส้นทางนี้ เท้าของคุณจะรู้สึกสบายขณะเหยียบย่ำไปบนเปลือกไม้แห้งที่กระจายอยู่ตามพื้น นักเดินเขาสามารถเก็บเปลือกไม้ได้ที่ทางเข้า แล้วนำมาวางไว้ตามเส้นทาง ในวันที่อากาศดี คุณสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์อันงดงามได้ทั่วบริเวณ

พื้นที่นี้เรียกว่า ชิโกะกุ คาร์สท์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสามเทือกเขาหินปูนที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ในบริเวณจะเต็มไปด้วยหินปูนรูปร่างแปลกๆ มากมาย และยังมีกังหันลมสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังลมด้วย ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกราวกับไม่ได้อยู่ในญี่ปุ่น การผสมผสานระหว่างทุ่งหญ้าเขียวขจี หินปูนสีเทา และท้องฟ้าสีครามก่อให้เกิดภูมิทัศน์ที่ยิ่งใหญ่และงดงามละลานตา

บนที่ราบสูงแห่งนี้มีที่พักอยู่หลายแห่ง เราได้เข้าพักในที่พักแบบญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า “เท็งงุโซะอุ” เป็นที่พักที่มีห้องอาบน้ำสะอาดและอาหารญี่ปุ่นไว้บริการ จากที่นี่ นักท่องเที่ยวสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นในช่วงเช้า ส่วนในเวลาค่ำ ก็สามารถชื่นชมวิวอาทิตย์อัสดงและทะเลดาวได้เช่นกัน ถ้าหากคุณโชคดี คุณก็จะเห็นทะเลเมฆกระจายตัวสวยงามอยู่เบื้องล่างด้วย

รสชาติแห่งคุเระ

โคะชิมีแม่น้ำสำคัญไหลผ่านหลายสาย เช่นแม่น้ำชิมันโตะ อุตสาหกรรมที่นิยมในพื้นที่นี้คือการทำเหล้าสาเก ก็จะใช้น้ำจากแม่น้ำนี้ในกระบวนการผลิต ที่เมืองคุเระมีผู้ผลิตเหล้าสาเกเจ้าเก่าแก่ที่สุดชื่อ “นิชิโอะกะ” ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1781 นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมสถานที่และเรียกรู้วิธีการหมัก บ่ม และบรรจุขวดเหล้าสาเกได้ที่นี่ บริเวณด้านหน้ายังมีนิทรรศการเล็กๆ ที่จัดแสดงข้าวของต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเหล้าสาเก และนักท่องเที่ยวสามารถแวะชิมและซื้อเหล้าสาเกกลับไปเป็นของฝากได้

นอกจากการทำเหล้าสาเกแล้ว คุเระยังมีชื่อเสียงจากอาหารทะเลสดๆ เนื่องจากเป็นเมืองที่อยู่ติดทะเลที่เชื่อมกับอ่าว ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมงที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น การจับปลาคัทสึโอะเป็นอุตสาหกรรมหลักของหมู่บ้าน เมื่อคุณก้าวเข้าไปในหมู่บ้าน คุณจะพบเห็นร่องรอยประวัติศาสตร์ในทุกตารางนิ้ว รวมไปถึงวิถีชีวิตของชาวบ้าน กำแพงใหญ่ยักษ์สำหรับต้านคลื่นสึนามิตั้งอยู่ที่ริมหมู่บ้านติดฝั่งทะเล หอสังเกตการณ์สำหรับอพยพก็เปิดให้เข้าชมได้ คุณสามารถมองเห็นตัวเมืองทั้งหมดจากบนหอสังเกตการณ์

ณ ใจกลางเมืองเป็นที่ตั้งของ “ตลาดปลาไทโชะ” ที่ซึ่งชาวประมงจะนำของทะเลที่หาได้ในแต่ละวันมาขาย อาหารจานเด็ดของที่นี่คือ “คุเระด้ง” ทางร้านอาหารจะให้ข้าวสวยมาหนึ่งถ้วยใหญ่ พร้อมด้วยคูปอง 5 ใบ สำหรับแลกอาหารทะเลชนิดใดก็ได้ตามที่คุณชื่นชอบ 5 อย่าง สำหรับวางบนข้าว มีอาหาร 3 ประเภทให้เลือก: ของสด ย่าง และของทอด ทุกจานจะเสิร์ฟพร้อมกับซุปและผักดอง อาหารทะเลและซาชิมิที่นี่สดและอร่อยมาก นอกเหนือจากคุเระด้งแล้ว คุณยังสามารถหาซื้อผักสด ผลไม้ และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นได้จากชาวประมงอีกด้วย

ราเม็งต้นตำรับของโคะชิ

“นะเบะยะกิ ราเม็ง” คือราเม็งสูตรขึ้นชื่อของเมืองสุสะกิ ในทางตะวันตกของภูมิภาคโคชิ ราเม็งจะเสิร์ฟมาในชามดินเผาซึ่งช่วยเก็บความร้อนไว้ได้นาน เส้นบะหมี่เล็กและนุ่มพร้อมน้ำซุปจากไก่และซอสถั่วเหลือง โรยหน้าด้วยลูกชิ้นปลา ไข่ดิบและต้นหอมซอย รสชาติของราเม็งชนิดนี้เป็นเอกลักษณ์และเข้มข้นแตกต่างจากราเม็งอื่นๆ ในประเทศญี่ปุ่น

เก็บส้มหวานฉ่ำสดๆ จากสวน

ฤดูใบไม้ร่วงนับเป็นช่วงที่เหมาะที่สุดสำหรับเยี่ยมชมสวนส้ม เนื่องจากเป็นฤดูเก็บเกี่ยว ในช่วงเวลานี้ ผลส้มจะหวานอร่อยมากที่สุด สวนส้มในเมืองโคะนันเป็นสถานที่ที่คุณจะได้สัมผัสกับประสบการณ์การเก็บส้มในสวนกว้างใหญ่ จากต้นส้มกว่า 18,500 ต้น นักท่องเที่ยวสามารถมาเยี่ยมชมสวน เก็บส้ม และรับประทานส้มหวานอร่อยได้ไม่จำกัด ที่หน้าสวนยังมีสนามเด็กเล่นสำหรับให้พักผ่อนระหว่างการแวะมาชมสวน และยังมีส้มสดๆ จากฟาร์มให้เลือกซื้อไปเป็นของฝากอีกด้วย

งานศิลป์ในความมืด

พิพิธภัณฑ์เอคิน ตั้งชื่อตามจิตรกรนามคินโซะ ในสมัยเอโดะ มีคอลเลคชั่นงานวาดด้วยมือบนฉากกั้นแบบญี่ปุ่น ชิ้นจัดแสดงอยู่ สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของพิพิธภัณฑ์นี้ก็คือ เคยเป็นโรงหมักเหล้าสาเกมาก่อน ซึ่งคินโซะได้ใช้เป็นห้องทำงานศิลป์ ห้องจัดแสดงนั้นเกือบจะมืดสนิท นักท่องเที่ยวต้องใช้ตะเกียงในการส่องชมงานศิลปะ และในบางจุดถึงกับต้องชมผลงานผ่านทางรูบนกำแพงกันเลยทีเดียว ซึ่งก็นับว่าเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่ไม่น้อย ระหว่างการเยี่ยมชมก็จะมีเพลงเบาๆ บรรเลงคลอไปพร้อมๆ กัน การมาเที่ยวพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงไม่ใช่แค่เพียงมาดูงานศิลปะเท่านั้น แต่ยังเป็นประสบการณ์ที่หาจากที่อื่นไม่ได้อีกด้วย งานจิตรกรรมเหล่านี้เรื่องราวอันมีที่มาจากการแสดงละครเวทีในยุคสมัยเอโดะ และมีสไตล์การวาดที่มืดหม่นและบิดเบี้ยว ฉะนั้น ระวังจะฝันร้ายหากใจไม่แข็งพอ

(เยี่ยมชมเมื่อพฤศจิกายน 2015)
SHARE ON: